คนเสื้อแดงเกือบครึ่งพันฮือประท้วง ขณะตำรวจบุกตรวจ สอบอุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณดีทีวี โวยรัฐบาลสั่งปิดโดยมิชอบ "อดิศร" ลั่นเตรียมเปิดนิวดีทีวีสู้ต่ออีก พลพรรคเสื้อแดงประกาศชุมนุมทวงคืน 6 พ.ค. นี้ ด้านรัฐบาลเปิดเว็บไซต์ใหม่บลัฟเสื้อแดง ทำซีดีแจงเหตุการณ์สลายม็อบวันสงกรานต์เลือด หวังเรียกศรัทธาประชาชนคืนมา เตือน "วีระ-ณัฐวุฒิ" เคลื่อนไหวอาจถูกถอนประกัน
ในขณะที่สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่นยังถูกปิดตายไม่มีทีท่าว่าจะมีคำสั่งให้เผยแพร่ออกอากาศได้ตามปกติ ก็ยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ายึดอุปกรณ์การถ่ายทอดสัญญาณ แต่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าขัดขวาง ทำให้การตรวจยึดต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย ขณะที่รัฐบาลเตรียมทำซีดีชี้แจงข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุม เมื่อวันสงกรานต์เลือด หลังถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงต่อประชาชน
คนเสื้อแดงปิดปากประท้วงปิดดีทีวี
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 เม.ย. ได้มีกลุ่มประชาชนคนเสื้อแดง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแฟนคลับรายการความจริงวันนี้ และกลุ่มคนเสื้อแดงลาดพร้าว กว่า 200 คน เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่หน้าห้องส่งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีสเตชั่น (ดีทีวี) ตั้งอยู่บนชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เพื่อให้กำลังใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดีทีวี รวมทั้งช่วยกันปกป้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามายึดอุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณประจำห้องส่งของดีทีวีไป โดยมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งนำกระดาษมาปิดปากปิดตาในการประท้วง รวมทั้งได้ร่วมกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับความเป็นธรรมในสังคมที่ตายไปแล้ว พร้อมตะโกนสาปแช่งรัฐบาล หลังจากทุกคนได้รับแจ้งข่าวเป็นการภายในว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเดินทางมาปิดสถานีและยึดอุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณ
ลั่นฟ้องกลับรัฐบาลสั่งปิดไม่ชอบ
ต่อมานายอดิศร เพียงเกษ ประธานบริษัทดีสเตชั่นจำกัด ในฐานะ ผอ.สถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น เปิดแถลงข่าวหน้าห้องส่งยืนยันว่า ดีทีวี ตั้งขึ้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย จัดตั้งในลักษณะเดียวกันกับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV แต่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ้างว่า ที่ต้องปิดสถานีดีสเตชั่น เพราะดำเนินการผิด พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 จึงเป็นการเลือกปฏิบัติ ใช้ 2 มาตรฐาน เพราะวันนี้ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ดำเนินการปิดสถานีและยึดทรัพย์สินสถานีโทรทัศน์ ASTV ที่เคยมีการปลุกระดมมวลชน เมื่อครั้งที่พันธมิตรฯ บุกยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินเหมือนกัน ตนจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและ กทช. ขอให้คืนสิทธิและเสรีภาพให้กับดีสเตชั่น ซึ่งดำเนินงานมาด้วยความสุจริต เป็นสถานีโทรทัศน์ทางเลือกให้กับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยโดยเร็ว ยืนยันว่าการที่รัฐบาลสั่งปิดดีสเตชั่น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริษัทเตรียมที่จะดำเนินการฟ้องร้องกลับในทุกกรณี
เตรียมเปิดนิวดี สเตชั่นสู้ต่อ
นายอดิศรกล่าวอีกว่า ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลคมช. ซึ่งเป็นเผด็จการทหาร ก็ยังไม่เคยสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ เลยสักครั้ง แต่การที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่อ้างว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย กลับมีการคุกคามสื่อ สั่งปิดสถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่น ถือเป็นรัฐบาลเผด็จการทรราช แต่พวกตนก็ไม่ เกรงกลัวในการกระทำของรัฐบาล พร้อมจะเปิดสถานีโทรทัศน์ ผ่านดาวเทียมขึ้นมาใหม่ ในชื่อ นิว ดี สเตชั่น ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ ส่วนจะมีการใช้สถานที่ใดออกอากาศนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะกลัวว่าจะมีการคุกคามจากรัฐบาลอีก นอกจากนี้ จะมีการตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพิ่มขึ้นอีก
จัดชุมนุมใหญ่ทวงคืนดีทีวี 6 พ.ค.นี้
จากนั้นเวลา 10.30 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 2 แกนนำ นปช. พร้อมด้วยนายวัชระ แววดำ แกนนำคนเสื้อแดงลาดพร้าว ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัฐบาลที่สั่งปิดสถานี ดี สเตชั่น ว่า เป็นการกระทำที่คุกคามสื่อมวลชน ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐ ถือเป็นการคุกคามสิทธิและเสรีภาพประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง นปช.จะทำทุกวิถีทางในการทวงคืนสถานีโทรทัศน์ ดี สเตชั่นกลับมา ด้วยการจะจัดชุมนุมที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 6 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป จากนั้นจะเดินขบวนไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงคืนสถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่น กลับมา และจะเพิ่มกิจกรรมรณรงค์ระดมทุนเพื่อการจัดตั้งสถานีดี สเตชั่นใหม่ ในการชุมนุมที่ จ.ลพบุรี และเชียงใหม่
ป.ตรวจของกลางดีทีวียังอยู่ครบ
ในเวลา 12.15 น. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ์กุล รอง ผบช.ก. และ พ.ต.อ.สาธิต ตชยภพ รอง ผบก.ป. พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ ทรัพยาคม เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการระดับสูง กทช. นำตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ กทช. เข้าตรวจสอบห้องส่งสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ที่อยู่ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ซึ่งใช้เป็นห้องเก็บทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่อายัดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีนายศุภคุณ สุรทวีคุณ กรรมการบริหาร บริษัทดี สเตชั่น จำกัด เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมีกลุ่มประชาชนคนเสื้อแดงผู้สนับสนุนสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ที่เฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องส่งแสดงอาการไม่พอใจ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ภายหลังใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางกลับ ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า เบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินทุกอย่างยังอยู่ตามปกติ และยังไม่มีการขนย้ายไปเก็บไว้ที่อื่น
รัฐบาลปัดส่งทหารล้างสมองชาวบ้าน
อีกด้านที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 08.30 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ส่งทหารลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง กับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4,000 คน กรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งถูกมองเป็นการล้างสมองประชาชนว่า เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะแกนนำกลุ่มเสื้อแดงกล่าวหาว่าทหารฆ่าประชาชน โดยแจกวีซีดี "ทหารฆ่าประชาชน" ซึ่งมีเนื้อหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้ทหารถูกเข้าใจผิด และเท่าที่ทราบเวลานี้แกนนำเสื้อแดง ที่นิยมความรุนแรงมีการใช้วิธีกระซิบข้างหู บอกเล่าข่าวลือไปเรื่อยๆ ถือเป็นเรื่องอันตราย ดังนั้น ต้องให้ทหารมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนจะเป็นการล้างสมองประชาชนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหา เชื่อว่าคนฟังมีวิจารณญาณพิจารณาได้ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการของทหารเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
เปิดเว็บไซต์ใหม่บลัฟเสื้อแดง
นายสาทิตย์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำเว็บไซต์ เพิ่มเติม ชี้แจงเหตุการณ์สลายการชุมนุม โดยมีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารเป็นตัวหลัก ภายใต้ชื่อว่า www.factreport.go.th ขณะนี้ออกแบบเว็บไซต์เสร็จแล้ว จะเปิดตัวในวันที่ 3 พ.ค. เนื้อหาในเว็บไซต์จะมีเอกสารสรุป รวบรวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคลิปภาพ คลิปวีดิโอต่างๆ เพื่อยืนยันให้เห็นว่าสภาพการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ ส่วนความคืบหน้าที่รัฐบาลจะจัดทำซีดี 1 ล้านแผ่น แจกประชาชนชี้แจงข้อเท็จจริง เหตุการณ์สลายม็อบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการปั๊มแผ่นซีดี ใช้ชื่อว่า "รวมพลังคนไทยก้าวข้ามสงครามกลางเมือง" ความยาว 17 นาที แต่เบื้องต้นคงทำไม่ถึง 1 ล้านแผ่น โดยจะขอความร่วมมือให้สถานีโทรทัศน์ต่างๆไปจัดหาเวลานำมาเผยแพร่
ขอเปิดดีทีวีต้องถามตำรวจ-กทช.
นายสาทิตย์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่แกนนำเสื้อแดงเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสถานีโทรทัศน์ดีทีวีนั้น เป็นเรื่องของตำรวจและคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 เรื่องการตั้งสถานีโดยมิชอบ และกฎหมายอาญา มาตรา 116 เรื่องการปลุกปั่นยุยงให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หากกลุ่มเสื้อแดงจะขอเปิดสถานีดีทีวีอีกครั้งก็เปิดได้ แต่ต้องไปขออนุญาต กทช. ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการของเอเอสทีวีกับดีทีวีเป็นการปลุกปั่นยุยงประชาชนเหมือนกัน นายสาทิตย์ตอบว่า กรณีเอเอสทีวีและดีทีวีเป็นการดำเนินการคนละรัฐบาล มั่นใจว่าสามารถ ชี้แจงเรื่องการดำเนินการสองมาตรฐานได้ การกล่าวหาเช่นนั้นเป็นความพยายามยกตัวอย่างเหตุการณ์คนละช่วงรัฐบาลมาเปรียบเทียบกัน
กห.จัดสัมมนาวิธีสลายม็อบ
ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เหล่าทัพจัดสัมมนาเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมาว่ามีข้อผิดพลาดอย่างไร ทั้งในเรื่องกฎหมาย ขั้นตอนการปฏิบัติ และควรดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องยุทโธปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการสลายฝูงชน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับต่อนานาอารยประเทศ เมื่อผลการสัมมนาออกมาจะนำเสนอต่อรัฐบาล ถึงแม้ว่าเจตนาของรัฐบาลและกองทัพจะไม่ให้เกิดความรุนแรง และเราก็ได้ทำไปแล้วและก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้เกิดอันตรายมาก แต่จะทำอย่างไรให้เห็นว่าที่เราทำทุกอย่างมีขั้นมีตอน และควรจะดำเนินการอย่างไรบ้าง
ระบุอาวุธที่มีอยู่ไม่เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดสัมมนาดังกล่าว เพราะรู้สึกเป็นห่วงว่าคนไทยอาจเกิดความไม่เข้าใจในการปฏิบัติของทหาร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพมีเจตนาไม่ให้เกิดความรุนแรงกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพรวมของประเทศ ส่วนจะใช้เวลาในการสัมมนานานแค่ไหนนั้น ผบ.ทหารสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ จะทำให้เร็วที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องยุทโธปกรณ์ เพราะเราไม่มีและที่มีใช้ก็เป็นยุทโธปกรณ์ประจำกายของหน่วยเท่านั้น เมื่อถามว่า กองทัพประเมินว่า อาจจะมีการชุมนุมเกิดขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่ได้ประเมิน เพียงแต่จะดูว่าที่ทำไปเกิดความเสียหายอะไรบ้างกับกองทัพ ยืนยันว่าที่ผ่านมากองทัพสลายการชุมนุมตามขั้นตอนสากล โดยใช้แก๊สน้ำตาที่ดินแดงก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน นอกนั้นก็เป็นการรุกไล่ เมื่อถามว่า การใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไม่เหมาะสมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ใช่ เพราะไม่เหมาะ
แบไต๋ขอจัดซื้อลอตใหม่
พล.ต.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า รมว.กลาโหมสั่งการให้กองทัพเน้นมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านข้อมูลข่าวสาร และพิจารณาจัดหายุทโธปกรณ์ เช่น โล่ กระบอง หมวก โดยเฉพาะกระสุนยางแทนกระสุนแบงก์ ที่อาจใช้ไม่ได้ผลในอนาคต รวมทั้งให้นำเหตุการณ์ครั้งนี้มารวบรวมจัดทำในลักษณะเป็นบทเรียนจากการปฏิบัติเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เตรียมการและพัฒนาหนทางปฏิบัติ
เล็งใช้ พ.ร.บ.มั่นคงคุมพื้นที่เสี่ยง
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมใช้กลไกของ กอ.รมน.ในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และจะผลักดัน พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2551 มาใช้ในพื้นที่ที่ประเมินว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยมีลักษณะป้องกันและระงับยับยั้งไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ต่อไปนี้การแก้ไขปัญหาจะใช้เพียง พ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ เพราะถือเป็นกฎหมายที่เบาที่สุด เมื่อเทียบกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและกฎอัยการศึก ถือว่าเหมาะสมที่สุดเพราะเลือกใช้ในบางพื้นที่ เพื่อยับยั้งป้องกันควบคุมไม่ให้เหตุการณ์บานปลายเท่านั้น
เตือน วีระ-ณัฐวุฒิ ถูกถอนประกัน
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีนายวีระ มุสิกพงศ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศชุมนุมใหญ่ในสัปดาห์หน้าว่า ศาลอาญาให้ประกันตัวนายวีระ และนายณัฐวุฒิ โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือที่มีผลกระทบต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากศาลเห็นว่าการกระทำของแกนนำ นปช.ขัดต่อเงื่อนไขการให้ประกันตัว ศาลยกเลิกการให้ประกันตัวได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนชุมนุมได้ อย่างสงบและปราศจากอาวุธ และต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมเรียกร้อง หรือการชุมนุมเกี่ยวกับการเมือง
กฎหมายคุมม็อบถึงมือ ผบ.ตร.
ด้าน พล.ต.ท.เจตต์ มงคลหัตถี ผบช.กมส. กล่าวว่า พ.ร.บ.ควบคุมการชุมนุมสาธารณะ ต้องมีการเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรที่มีอีกหลายขั้นตอน ไม่สามารถนำมาใช้ในการชุมนุมในช่วงสัปดาห์หน้าได้ทัน ทั้งนี้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พิจารณาภายในวันนี้ หาก พล.ต.อ.พัชรวาทมีความเห็นชอบต้องเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการฯ พิจารณาร่างกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการฯ หากมีความเห็นออกมาต้องเสนอไปที่เลขาธิการ ครม. เพื่อกำหนดวาระในการประชุม ครม.
ยันใช้กฎหมายเท่าเทียมกัน
พล.ต.ท.เจตต์กล่าวว่า ขอให้อย่ามองว่าการเสนอกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาใช้ปราบปรามม็อบเสื้อแดง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการพยายามเสนอกฎหมายขึ้นมาให้ใช้ครอบคลุมการชุมนุมสาธารณะที่มีเจตนาเรียกร้องร่วมกันให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อมาใช้ คุ้มครองไม่ให้ผู้ชุมนุมกระทำการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งได้กำหนดกรอบของกฎหมายเปิดให้มีการชุมนุมที่สงบกระทำได้ แต่ต้องไม่ให้กระทบสิทธิของบุคคลอื่นที่เกินความจำเป็น เพราะการชุมนุมอาจ ทำให้คนเดือดร้อนบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความเดือดร้อนของผู้อื่นซึ่งไม่สามารถมาเรียกร้องสิทธิของตนเองได้เลยเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ต้องเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่คนอื่นล่วงละเมิดไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งเมื่อมีการชุมนุมที่เกินกว่าความเหมาะสม มีความรุนแรงจะมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรองรับ
ร้องคนหายช่วงสลายการชุมนุม
ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ตัวแทนมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย พร้อมด้วยญาติผู้สูญหาย จากเหตุสลายการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเมื่อวันที่ 13 เม.ย. นำเอกสารรายชื่อผู้สูญหายจำนวน 10 คน เข้ายื่นต่อนางสุวณาสุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ขอให้ช่วยเร่งรัดติดตามผู้สูญหาย จากนั้นได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ณรัตช์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบเช่นเดียวกัน นางประทีปกล่าวว่า ช่วงการสลายการชุมนุม มีผู้สูญหายบางรายโทรศัพท์แจ้งญาติว่าถูกควบคุมตัว แต่ถึงขณะนี้ไม่สามารถติดตามตัวพบได้ไม่ ทราบว่าผู้สูญหายเสียชีวิตแล้วหรือไม่ มาตรการสลายการชุมนุมของรัฐบาลรุนแรงเกินไป ไม่เป็นไปตามหลักสากล มีการเล็งและยิงปืนใส่ฝูงชน ด้านนางสุวณากล่าวว่า จะตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกระบุเป็นผู้สูญหายว่า มีรายใด ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำหรือไม่ หากตรวจสอบไม่พบจะประสานตรวจสอบกับกรมการปกครอง ว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศ หรือมีรายการเปลี่ยนแปลงในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรหรือไม่ อาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน
ประธานชมรมวิทยุแท็กซี่มอบตัว
ที่ บช.น.เมื่อเวลา 11.00 น. นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ประธานชมรมวิทยุชุมชนคนรักแท็กซี่แกนนำ นปช. 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับกระทำความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 ก่อนเข้าห้องสอบสวนนายชินวัตรกล่าวว่า เมื่อถูกตำรวจตั้งข้อหาก็เข้ามอบตัวแต่ที่ไม่มามอบตัวทันที เนื่องจากไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีสถานีวิทยุคนรักแท็กซี่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถออกอากาศได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไปยึดเครื่องส่งไว้ ซึ่งจะมอบหมายให้ทนายความไปดูข้อกฎหมายว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ขวานเข้าไปฟันประตู ยึดเครื่องส่ง ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลายๆอย่าง และถือเป็นการทำที่ลุแก่อำนาจ ซึ่งเชื่อว่าจะดำเนินการฟ้องร้องแน่นอน จากนั้นนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความ ใช้ตำแหน่ง นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.พระนครศรีอยุธยา ยื่นประกันตัวนายชินวัตร เป็นวงเงินประกัน 500,000 บาท พนักงานสอบสวนไม่คัดค้าน
รุมตุ้บตั้บสองผัวเมียเข้ามอบตัวแล้ว
ที่ จ.ขอนแก่น เวลา 10.00 น. นางซาบีน่า ซาห์ อายุ 43 ปี นายสัญญา สิมมา อายุ 34 ปี และนายยรรยง ผิวผ่อง อายุ 22 ปี 3 แกนนำเสื้อแดง จ.ขอนแก่น เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ภูมี อีคะละ สารวัตรเวร สภ.เมืองขอนแก่น หลังถูกหมายจับนำกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นกว่า 200 คน พร้อมรถยนต์กว่า 20 คัน ปิดถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ NBT ต.ในเมือง และบริเวณสามแยกกุดกว้าง ต.เมืองเก่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และเมื่อเวลา 14.30 น. นายอภิชาต อินสอน อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เดินทางไปที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ตามหมายจับของศาลแขวงจังหวัดพิษณุโลก คดีใช้กำลังทำร้ายนายอดิศร ธีรศานติพันธ์ และนางมธุรส ธีรศานติพันธ์ สองสามีภรรยาที่บีบแตรไล่ ขณะกลุ่มเสื้อแดงจัดขบวนรณรงค์เชิญชวนไม่ให้ประชาชนไปร่วมงานคอนเสิร์ตของกลุ่มเสื้อเหลือง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยมีนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ที่ปรึกษากลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมกลุ่มเสื้อแดงพิษณุโลก ประมาณ 20 คน มาให้กำลังใจ สอบสวนนายอภิชาตให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาท เนื่องจากคู่กรณีไม่ติดใจเอาความ
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น